How to solve PHP Fatal error: Class ‘PDO’ not found on Fedora.

PHP Fatal error: Class ‘PDO’ not found

วิธีแก้ error Class ‘PDO’ not found ก็คือ ให้เราติดตั้ง php-pdo ลงใน fedora โดยการรันคำสั่ง

su

yum install php-pdo 

Advertisements
How to solve PHP Fatal error: Class ‘PDO’ not found on Fedora.

วิธีการเปลี่ยน Default login manager ระหว่าง GDM or KDM in Fedora

ขออธิบายหน่อยนะครับบางคนอาจจะงงว่าอะไรคือ GDM และอะไรคือ KDM

GDM(GNOME Display Manager)
เป็นโปรแกรมกราฟฟิกที่ใช้ในการ Login เข้าสู่ระบบทางฝั่งของ Gnome

KDM(KDE Display Manager)
เป็นโปรแกรมกราฟฟิกที่ใช้ในการ Login เข้าสู่ระบบทางฝั่งของ KDE

ระบบปฏิบัติการที่จะทำการเปลี่ยนหรือ Switch (ต้องบอกก่อนนะครับว่าในการทำการ switch เครื่องของคุณจะต้องมี Desktop Environment ทั้งสองตัวอยู่ก็คือ Gnome และ KDE ) จะขอแสดงบน Fedora Linux
เอามามาถึงขั้นตอนกันดีกว่า
ขั้นตอนมี 2 ขั้นตอนคือ

1. ติดตั้งโปรแกรมช่วยที่ใช้ในการ switch คือ system-switch-displaymanager
2. เลือก Display Manager ที่ต้องการ

วิธีทำ

เริ่มที่เปิด Teminal ขึ้นมานะครับ
กรณีที่สามารถใช้สิทธิ root ได้
ติดตั้งโปรแกรมผ่าน Comman Line

# yum install system-switch-displaymanager

เลือก Dispaly Manager ระหว่าง GDM or KDM

# system-switch-displaymanager kdm

ถ้าการทำงานเรียบร้อยจะขึ้นข้อความด่านล่าง

Your default graphical display manager has successfully been switched.

กรณีที่สามารถใช้สิทธิ root ไม่ได้ แต่ได้รับสิทธิ์ในการใช้คำสั่ง sudo

sudo yum install system-switch-displaymanager
$ sudo system-switch-displaymanager kdm

Credit: phoxis.org

วิธีการเปลี่ยน Default login manager ระหว่าง GDM or KDM in Fedora

วิธีการเปลี่ยน Default login manager ระหว่าง GDM or KDM in Fedora

วิธีการเปลี่ยนก็ไม่ยากครับ แต่ขออธิบายหน่อยนะครับบางคนอาจจะงงว่าอะไรคือ GDM และอะไรคือ KDM

GDM(GNOME Display Manager) เป็นโปรแกรมกราฟฟิกที่ใช้ในการ Login เข้าสู่ระบบทางฝั่งของ Gnome

KDM(KDE Display Manager) เป็นโปรแกรมกราฟฟิกที่ใช้ในการ Login เข้าสู่ระบบทางฝั่งของ KDE

ระบบปฏิบัติการที่จะทำการเปลี่ยนหรือ Switch (ต้องบอกก่อนนะครับว่าในการทำการ switch เครื่องของคุณจะต้องมี Desktop Environment ทั้งสองตัวอยู่ก็คือ Gnome และ KDE ) จะขอแสดงบน Fedora Linux

เอามามาถึงขั้นตอนกันดีกว่า

ขั้นตอนมี 2 ขั้นตอนคือ

1. ติดตั้งโปรแกรมช่วยที่ใช้ในการ switch คือ system-switch-displaymanager

2. เลือก Display Manager ที่ต้องการ

วิธีทำ Continue reading “วิธีการเปลี่ยน Default login manager ระหว่าง GDM or KDM in Fedora”

วิธีการเปลี่ยน Default login manager ระหว่าง GDM or KDM in Fedora

Tomcat 6 on Fedora Linux

Installing Tomcat 6 on Fedora, Red Hat or CentOS

Install Tomcat using yum

# yum install tomcat6-webapps

Tomcat will get installed across the following directories

/etc/tomcat6             conf files    $CATALINA_HOME/conf
/usr/share/java/tomcat6  libs           $CATALINA_HOME/lib
/usr/share/tomcat6/bin   executables    $CATALINA_HOME/bin
/var/log/tomcat6         logs           $CATALINA_HOME/logs
/var/cache/tomcat6/temp  temp files     $CATALINA_HOME/temp
/usr/share/tomcat6       home directory $CATALINA_HOME
/var/lib/tomcat6/webapps web apps   $CATALINA_HOME/webapps
/var/cache/tomcat6/work  compiled stuff $CATALINA_HOME/work

Set CATALINA_HOME in /etc/profile

export CATALINE_HOME=/usr/share/tomcat6

Tomcat can be stopped, started and restarted using the following commands

# service tomcat6 stop
# service tomcat6 start
# service tomcat6 restart

Credit :: http://serverfault.com/questions/194159/how-to-setup-tomcat-on-fedora 
Tomcat 6 on Fedora Linux

วิธีการเรียกคืนค่า defualt ของ Gnome Setting บน Ubuntu หรือ Fedora

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่า gnome สามารถปรับแต่งได้มากมาย เราอาจจะแต่งมากไปน้อยไป จนมีความรู้สึกอยากกลับมาใช้แบบ default ที่เหมือนตอนลงมาครั้งแรก ก็ทำได้ไม่ยากครับ

ส่วนใหญ่การตั้งค่าต่างๆของ Gnome จะถูกเก็บเป็นไฟล์ใน Folder แบบ Hidden ซึ่ง Folder ดังกล่าวจะอยู่ใน Home directory เช่น .gnome, .gnome2, gconf, gconfd, metacity หากต้องการทำให้หน้าต่างของเราเป็นแบบ Original GNOME และทำให้การตั้งค่าต่างๆกลับไปเป็น default คุณจะต้องทำการลบ folder ที่เก็บการตั้งค่าต่างๆโดยใช้ command

rm -rf ~/.gnome ~/.gnome2 ~/.gconf ~/.gconfd ~/.metacity

ใน Home directory ของคุณ
จากนั้นทำการ logout และ login อีกครั้งจะเห็นว่าการตั้งค่าต่างๆจะกลับมาเป็น Original GNOME เหมือนตอนลงใหม่ๆ

Credit ::  Digitizor.com

วิธีการเรียกคืนค่า defualt ของ Gnome Setting บน Ubuntu หรือ Fedora

Install YUM autocomplete on Fedora

เปิด Terminal

# yum install bash-completion

เพื่อติดตั้ง package เมื่อติดตั้้งเสร็จแล้ววิธีการใช้งาน

เมื่อเราต้องการติดตั้งโปรแกรมผ่าน command line เช่น ต้องการติดตั้งโปรแกรม nmap

เราสามารถพิมพ์ใน terminal แล้วกด [tab][tab] ช่วยในการ auto complete command

ตัวอย่าง

# yum install nm[tab][tab]

nmap-frontend.noarch  nmbscan.noarch        

nmap.x86_64           nmh.x86_64

เมื่อกด [tab][tab] จะมีรายการแสดงโปรแกรมหรือ package ที่มีชื่อ “nm”
เมื่อเราทำการพิมพ์ a เพิ่มจากนั้นกด [tab][tab] จะได้

 # yum install nmap

เนื่องจากเมื่อพิมพ์ “a” เพิ่มจาก “nm” จะทำให้โปรแกรมหรือ package เหลือเพียงตัวเดียวจึงสร้างเป็น command ที่สมบูรณ์ให้สามารถติดตั้งได้ทันที

Credit :: YUM autocompletion

Install YUM autocomplete on Fedora

การติดตั้ง Subversion on Linux

อยากลองติดตั้ง Subversion และเอาไว้ใช้ในงาน หลังจากลองติดตั้งและตั้งค่ามาหลายรอบมาก ลองผิดลองถูกไปก็เยอะ จึงอยากจะเขียนเอาไว้เผื่อใครจะลองทำบ้าง 
ไม่ให้เสียเวลาครับ เริ่มกันเลย
หลังจากที่เราติดตั้งระบบปฏิบัติการ Linux ลงบนเครื่องที่จะทำเป็น Server เรียบร้อยแล้ว 
ทำการ Login เข้าสู่ระบบ (แนะนำให้เข้าเป็นสิทธิของ root)
***ต้องบอกก่อนนะครับเครื่องที่ผมใช้เป็น Ubuntu Desktop แต่ให้ Secure Shell เข้าไปติดตั้งเครื่อง Server ที่เป็น CentOS 5 

จากนั้นเปิดTerminal ขึ้นมาเพื่อรันคำสั่งต่างๆ Application>Accessories>Terminal
ติดตั้ง Subversion

#yum install subversion mod_dav_svn


เมื่อติดตั้งเรียบร้อย 
การใช้ subversion สามารถใช้ได้บน Protocol SVN หรือ HTTP
แบบใช้ Protocol svn://yourdomain/repos
เริ่มจากกำหนด ที่เก็บไฟล์บนเครื่อง Server
ให้ทำการสร้าง Directory ในตัวอย่างนี้ผมจะสร้าง Folder “svn” เก็บไว้ที่ /var/www/
สร้าง directory จากคำสั่ง mkdir

#mkdir /var/www/svn

#mkdir /var/www/svn/repos

เมื่อสร้าง folder เรียบร้อย หลังจากนั้นสร้างพื้นที่เก็บไฟล์ เรียกว่า repository ด้วยคำสั่ง

#svnadmin create /var/www/svn/repos

 หลังจากรันคำสั่งด้านบนเรียบร้อยแล้ว ใน Folder repos จะมีการสร้างไฟล์และdirectory ตามนี้

drwxr-xr-x 2 apache apache 4096 Feb  3 14:47 conf
drwxr-xr-x 2 apache apache 4096 Feb  3 14:47 dav
drwxr-sr-x 5 apache apache 4096 Feb  3 14:47 db
-r–r–r– 1      apache apache    2    Feb  3 14:47 format
drwxr-xr-x 2 apache apache 4096 Feb  3 14:47 hooks
drwxr-xr-x 2 apache apache 4096 Feb  3 14:47 locks
-rw-r–r– 1     apache apache  229  Feb  3 14:47 README.txt

การติดตั้ง Subversion on Linux