วิธีแก้เมื่อ vgaswitcheroo ใช้งานไม่ได้บน Ubuntu 14.04

ตอนที่ใช้งาน Ubuntu 13.10 เมื่อต้องการ ปิดระบบ Hybrid Graphic card ก็สามารถใช้คำสั่งในการจัดการ vgaswitcheroo 

# echo OFF > /sys/kernel/debug/vgaswitcheroo/switch

$ sudo vim /etc/default/grub
GRUB_CMDLINE_LINUX_DEFAULT=”quiet splash radeon.runpm=0″
sudo update-grub

GRUB_CMDLINE_LINUX_DEFAULT=
GRUB_CMDLINE_LINUX_DEFAULT="quiet splash radeon.runpm=0"
sudo update-grub
echo OFF > /sys/kernel/debug/vgaswitheroo/switch
 แต่พอ อัพเกรดเวอร์ชั่นมาเป็น 14.04 คำสั่งข้างบนใช้ไม่ได้ซะงั้นเลยต้องหาวิธีปิด ATI บนเครื่อง Vostro 3450 เพราะถ้าเป็นใช้การ์ดจอทั้งสองอันพร้อมกัน พัดลมจะทำงานหนัก และมีเสียงดัง

สุดท้ายก็เจออออ

วิธีการก็ไม่มีอะไรมาก เข้าไปแก้ไขไฟล์ /etc/default/grub 

 ค้นหาคำนี้ในไฟล์ GRUB_CMDLINE_LINUX_DEFAULT
โดยปกติแล้วจะมีค่ากำหนดให้เป็น “quiet splash” แอดข้อความนี้ต่อท่ายลงไป radeon.runpm=0

บันทึกไฟล์(ถ้าใช้ vi/vim ให้พิมพ์ :wq) หลังจากบันทึกเรียบร้อย รันคำสั่งด้านล่างเพื่ออัพเดท grub
ลองรีสตาร์ทเครื่อง

ลองดูนะครับ…

more information from AskUbuntu.com

” saw in 13.10. The effect is exactly the same as if discrete graphics is on, laptop is loud and terribly overheats. Typing sudo echo OFF > /sys/kernel/debug/vgaswitcheroo/switch gives no effect, output of cat /sys/kernel/debug/vgaswitcheroo/switch doesn’t change.”

from my experience, DynOff works better than manual Off. It still says Off (DynOff) and I guess that it means the card is not powered and that this is automatic.
However, if you still want to roll things back to the manual settings, you have to modify grub. Use sudoto do the following:
open in any editor the file /etc/default/grub and find the line
there should be values like “quiet splash” in this line; just add radeon.runpm=0 so it looks something like this:
save the file and run
then reboot. after rebooting, the behavior of cat /sys/kernel/debug/vgaswitcheroo/switchshould be like in older ubuntu version. then you can run
to see if it works – as you used to do before. if it works, add this line to /etc/rc.local just above exit 0.
i tried it on my machine and it basically works… but i think that DynOff is doing exactly the same. my computer is not overheating with both configurations.


Advertisements
วิธีแก้เมื่อ vgaswitcheroo ใช้งานไม่ได้บน Ubuntu 14.04

วิธีการตั้งค่า IMAP ของ Evolution Mail

วิธีการตั้งค่า IMAP ของ Evolution Mail
โดยปกติแล้วถ้าเราตั้งค่า Email ด้วย Gmail, Yahoo จะค้นหา Server ให้โดยอัตโนมัติและมีให้เลือกทั้งแบบ POP3 และ IMAP
แต่ถ้าเราใช้อีเมล @hotmail.com โปรแกรม evolution จะไม่สามารถค้นหา Sever ให้อัตโนมัติได้
วันนี้จะขอเขียนวิธีการตั้งค่า Server แบบ imap ของ outlook.com
เริ่มต้นจากการเข้าไปตั้งค่าต่างๆ Email

  • เลือก Edit > Preferences > เลือก Mail Accounts
  • จากนั้นกดปุ่ม Add

add_account_screen

  • กดปุ่ม Continue
  • กรอกข้อมูลเกี่ยวกับข้อมูลบัญชี Email

account_detail

  • Receiving Email ทางด้านฝั่งทางรับอีเมล
    • Server address: “imap-mail.outlook.com”
    • Server port: “993”
    • Encryption type: “SSL”

imap_detail

  • ตั้งค่า Server ฝั่งด้านส่ง Email
    • Server address: “smtp-mail.outlook.com”
    • Server port: “587”
    • Encryption type: “TLS” (“SSL” can be used if TLS is not an option)

smtp_detail

Credit :: http://betanews.com/2013/09/16/how-to-set-up-outlook-com-with-imap-in-os-x-mail/

วิธีการตั้งค่า IMAP ของ Evolution Mail

How to config email server of outlook.com as IMAP on Evolution mail

วิธีการตั้งค่า IMAP ของ Evolution Mail

โดยปกติแล้วถ้าเราตั้งค่า Email ด้วย Gmail, Yahoo จะค้นหา Server ให้โดยอัตโนมัติและมีให้เลือกทั้งแบบ POP3 และ IMAP

แต่ถ้าเราใช้อีเมล @hotmail.com โปรแกรม evolution จะไม่สามารถค้นหา Sever ให้อัตโนมัติได้

วันนี้จะขอเขียนวิธีการตั้งค่า Server แบบ imap ของ outlook.com

เริ่มต้นจากการเข้าไปตั้งค่าต่างๆ Email

  • เลือก Edit > Preferences > เลือก Mail Accounts
  • จากนั้นกดปุ่ม Add

add_account_screen

How to config email server of outlook.com as IMAP on Evolution mail

วิธีการติดตั้ง JDeveloper สำหรับพัฒนา Oracle SOA service

ขั้นตอนแรกเลยนะครับ ต้องเตรียมไฟล์ที่ใช้ในการติดตั้งก่อน
เริ่มจากเข้าไปดูก่อนเลยครับว่า Jdeveloper version ไหนที่สามารถติดตั้ง Oracle SOA Composite Editor ได้
อันนี้สำคัญนะครับ ผมเคยโหลดผิด version มา extension นี้จะไม่ทำงานเลย

หลายคนอาจมีคำถามว่าแล้วเข้าไปดูได้ที่ไหนล่ะ แน่นอนครับต้องเขาไปดูที่เจ้าของเลยครับ Oracle

http://www.oracle.com/ocom/groups/public/@otn/documents/webcontent/156082.xml

 เมื่อเลือก version ได้แล้วก็จัดการเริ่ม download กันได้เลยครับ
สิ่งที่ต้องดาวโหลดมี 2 อย่าง

  • ตัวติดตั้ง Jdeveloper version ที่เลือกไว้(ต้องรองรับ SOA composite editor ด้วยนะครับ)
  • Oracle SOA Suite

สำหรับการติดตั้งขอไม่เขียนอธิบายเพราะมีเว็บไซต์ที่เขียนอธิบายไว้แล้ว เป็นรูปภาพดูง่ายมากครับ

Install JDeveloper Extension for SOA Technologies

วิธีการติดตั้ง JDeveloper สำหรับพัฒนา Oracle SOA service

วิธีการเปิด Hibernate in Ubuntu Linux

In Ubuntu 12.04 and newer, hibernation has been disabled by default in policykit. How can I enable this back?

ก่อนที่จะเราทำการเปิดใช้งานฟังก์ชัน hibernate ให้ลองใช้คำสั่งในการ hibernate ดูก่อนนะครับว่า เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราสามารถใช้งานฟังก์ชันนี้ได้หรือไม่
คำสั่งในการสั่ง hibernate

pm-hibernate

 เมื่อลองทดสอบแล้วสามารถใช้งานได้ ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการเปิดให้สามารถเลือกฟังก์ชั่น hibernate ได้จาก menu เลยนะครับ

เริ่มจากการแก้ไขไฟล์ ด้วยคำสั่ง

sudoedit /etc/polkit-1/localauthority/50-local.d/com.ubuntu.enable-hibernate.pkla

 เพิ่มข้อความเหล่านี้ลงไปในตัว editor

[Re-enable hibernate by default]
Identity=unix-user:*
Action=org.freedesktop.upower.hibernate
ResultActive=yes

Save ด้วย Ctrl-O จากนั้นออกจากโปรแกรม nano ด้วยการกด Ctrl-X
จากนั้นให้ทำการ restart ฟังก์ชั่น hibernate จะถูกเปิดใช้งาน

หรือทำการรันคำสั่ง unity –reset เพื่อจะทำการเรียกการตั้งค่าใหม่

Credit:: http://askubuntu.com/questions/94754/how-to-enable-hibernation

วิธีการเปิด Hibernate in Ubuntu Linux

ปรับแต่ง Terminal ไม่ให้แสดง Path เต็มกันเถอะ

ก่อนจะดูวิธีทำมาดูผลลัพธ์กันก่อน

หากท่านผู้อ่านท่านใด เคยลองใช้ vi ใน Ubuntu แล้วรู้สึกว่าการเข้าไปยัง path ที่อยู่ลึกมากๆ

ทำให้ปัญหาพื้นที่ของหน้าจอในการพิมพ์คำสั่งจะไม่พอในบรรทัดเดียวเหมือนผมแล้วละก็

blog นี้จะเสนอวิธีการซ่อน Full path ออกไปให้เหลือแต่เพียงชื่อ Folder ที่กำลังทำงานอยู่

พูดไปก็มองไม่เห็นภาพสักเท่าไร งั้นดูรูปกันเลยครับ

Default Gnome-terminal on ubuntu

After modify (hide full path)

วิธีการทำก็เริ่มกันเลยครับ
1. เปิดไฟล์ “.bashrc” ซึ่งอยู่ใน Home directory ของเราขึ้นมา
2. เพิ่ม code เขาไปเพื่อซ่อน Path

export PS1=’\u@\h:\W$ ‘

Command line mode
1. เปิด Terminal: Alt+F2 and type “gnome-terminal”
2. change directory to “Home Folder”

$ cd ~

3. ใช้โปรแกรม editor ที่ถนัดเปิดไฟล์ “.bashrc” มาแก้ไข

$ vi .bashrc

เพิ่ม code ลงไปจากนั้นพิมพ์ :wq เพื่อบันทึกและออกจากโปรแกรม

4. เรียกค่า config ที่เพิ่งตั้งค่าไป

5. เรียบร้อย ;-P

Graphic mode
1. เปิดโปรแกรม nautilus (Folder Explorer) > ไปที่ Home Folder

2. เปิดให้แสดงไฟล์ที่ซ่อนไว้ (hidden file) โดยการกดปุ่ม Ctrl+h

3. double click เพื่อเปิดไฟล์มาแก้ไข(ใช้ editor ตัวไหนก็ได้แล้วแต่ความถนัด ผมขอใช้ Gedit ที่มีมาให้อยู่แล้ว) เพิ่ม code ลงไปในไฟล์

4. บันทึก และปิด
5. เปิด Terminal ขึ้นมาใหม่ Alt+F2 พิมพ์ “gnome-terminal”
เรียบร้อย

Credit :
http://ubuntuforums.org/showthread.php?t=1793809
http://www.linuxquestions.org/questions/linux-software-2/gnome-terminal-show-only-current-directory-at-prompt-469772/

ปรับแต่ง Terminal ไม่ให้แสดง Path เต็มกันเถอะ