How to solve PHP Fatal error: Class ‘PDO’ not found on Fedora.

PHP Fatal error: Class ‘PDO’ not found

วิธีแก้ error Class ‘PDO’ not found ก็คือ ให้เราติดตั้ง php-pdo ลงใน fedora โดยการรันคำสั่ง

su

yum install php-pdo 

Advertisements
How to solve PHP Fatal error: Class ‘PDO’ not found on Fedora.

การเปลี่ยนข้อมูลใน Array ให้เป็นตัวแปรในภาษา PHP

ปรกติแล้ว Array ก็จะประกอบด้วย index และ Value ยกตัวอย่างเลยแล้วกันจะได้เห็นภาพชัดเจน

$newArray= array(‘id’ => ‘100’,
‘name’ => ‘ikungolf’,
‘site’ => ‘http://ikungolf.blogspot.com’,
);

เวลาที่เราจะเรียกใช้งานก็ สามารถเรียกผ่าน Index ได้เลยเช่น

echo $newArray[‘id’];
echo $newArray[‘name’];
echo $newArray[‘site’];

หากว่าเราเรียกใช้ Array ในไฟล์เดียวกันคงไม่ใช่เรื่องยุ่งยากเท่าไร แต่หากต้องมีการส่งค่าไปที่อื่นแล้ว อาจจะส่งผลให้เกิดความยุ่งยากในการใช้งาน

ถ้าหากเราเปลี่ยน Index ของ Array ให้เป็นตัวแปรล่ะครับ($id, $name, $site) จะทำให้การใช้งานตัวแปรต่างๆ สะดวกขึ้นหรือไม่ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน คือการส่งค่าที่ได้จาก Model ไปยัง View ของ Codeigniter Framework

Adding Dynamic Data to the View

Data is passed from the controller to the view by way of an array or an object in the second parameter of the view loading function. Here is an example using an array:
$data = array(
               'title' => 'My Title',
               'heading' => 'My Heading',
               'message' => 'My Message'
          );

$this->load->view('blogview', $data);load->view(‘blogview’, $data); } } ?> Now open your view file and change the text to variables that correspond to the array keys in your data:

Then load the page at the URL you’ve been using and you should see the variables replaced.

Creating Loops

The data array you pass to your view files is not limited to simple variables. You can pass multi dimensional arrays, which can be looped to generate multiple rows. For example, if you pull data from your database it will typically be in the form of a multi-dimensional array.
Here’s a simple example. Add this to your controller:
load->view(‘blogview’, $data); } } ?> Now open your view file and create a loop:

My Todo List


Credit :: http://codeigniter.com/user_guide/general/views.html

จากตัวอย่างข้างบนจะเห็นได้ว่า Index “title” Array $data เมื่อถุกส่งไปยัง View จะเปลี่ยนเป็น ตัวแปรที่ชื่อว่า $title

*** ที่เขียนมาตั้งยาวประเด็นจริงๆ มันอยู่แค่ตรงนี้ล่ะครับ

วิธีการเปลี่ยน Array to Variable on PHP
เราจะเปลี่ยน array $newArray[‘id’], $newArray[‘name’], $newArray[‘site’] ให้ไปเป็น $id, $name, $site

$newArray= array(‘id’ => ‘100’,
‘name’ => ‘ikungolf’,
‘site’ => ‘http://ikungolf.blogspot.com’,
);

วิธีที่ 1

foreach($newArray as $key=>$row){
            $$key = $row;
}

วิธีที่ 2

foreach($newArray as $key=>$row){
          ${$key} = $row;
}

เท่านี้เราก็สามารถเรียกตัวแปรในรูปแบบ $id, $name, $site

output of

echo $id.”
“;
echo $name.”
“;
echo $site.”
“;

result

100
ikungolf
http://ikungolf.blogspot.com

การเปลี่ยนข้อมูลใน Array ให้เป็นตัวแปรในภาษา PHP

PHP function get IP Address

วิธีการดึง IP Address ของเครื่อง Client ด้วย PHP

บันทึกความจำ >> Function ในการดึง IP Address ของเครื่อง client

function get_client_ip() {
if (!empty($_SERVER[‘HTTP_CLIENT_IP’]))
{//check ip from share internet
$ip = $_SERVER[‘HTTP_CLIENT_IP’];
} elseif (!empty($_SERVER[‘HTTP_X_FORWARDED_FOR’]))
{//to check ip is pass from proxy
$ip = $_SERVER[‘HTTP_X_FORWARDED_FOR’];
} else {
$ip = $_SERVER[‘REMOTE_ADDR’];
}
return $ip;
}

Credit:: http://codeigniter.com/forums/viewthread/180857/#856078

PHP function get IP Address

วิธีตรวจเช็ค “The upload path does not appear to be valid” ของ Framework Codeigniter

เขียน PHP ด้วย framework Codeigniter 

มาถึงหน้า upload ก็เขียนตามตัวอย่างแต่พอรันบน linux สามารถอัพโหลดได้ปรกติ  แต่พอลองรันบน server ที่เป็น Windows กับแสดง error 

The upload path does not appear to be valid

ก็ลองหาวิธีแก้ไปมา เจอวิธีการเช็ค Path ที่ใช้ในการอัพโหลด


ลองใช้คำสั่งนี้ ถ้า path บน server มีอยู่จะ return ture 

var_dump(is_dir('/upload/')); 

และหากอยากรู้ path เต็มๆ 

วิธีตรวจเช็ค “The upload path does not appear to be valid” ของ Framework Codeigniter

PHP function get IP Address

วิธีการดึง IP Address ของเครื่อง Client ด้วย PHP

บันทึกการเรียนรู้ >> Function ในการดึง IP Address ของเครื่อง client

function get_client_ip() {
  
if (!empty($_SERVER[‘HTTP_CLIENT_IP’])) 
  {//check ip from share internet
       
$ip $_SERVER[‘HTTP_CLIENT_IP’];
  
elseif (!empty($_SERVER[‘HTTP_X_FORWARDED_FOR’])) 
  {//to check ip is pass from proxy
       $ip $_SERVER[‘HTTP_X_FORWARDED_FOR’];
  
else {
       $ip 
$_SERVER[‘REMOTE_ADDR’];
  
}
  
return $ip;


Credit:: http://codeigniter.com/forums/viewthread/180857/#856078

PHP function get IP Address

วิธีการ set PHP Environment ใน Windows

ขั้นตอนแรกทำการตรวจสอบก่อนว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราได้ทำการติดตั้ง หรือกำหนดค่าต่างๆ แล้วหรือยัง

เปิด Command Prompt ขึ้นมาจากนั้นทดลองพิมพ์

php

หรือ

php -version

ตัวอย่างแสดงการใช้คำสั่ง

Continue reading “วิธีการ set PHP Environment ใน Windows”

วิธีการ set PHP Environment ใน Windows

วิธีการ set PHP Environment ใน Windows

          ขั้นตอนแรกทำการตรวจสอบก่อนว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราได้ทำการติดตั้ง หรือกำหนดค่าต่างๆ แล้วหรือยัง

เปิด Command Prompt ขึ้นมาจากนั้นทดลองพิมพ์ 

php

หรือ

php -version

ตัวอย่างแสดงการใช้คำสั่ง

รูปภาพแสดงผลลัพธ์ของคำสั่งเมื่อมีการตั้งค่า PHP Environment

 
รูปภาพแสดงผลลัพธ์ของคำสั่งที่ยังไม่ได้ตั้งค่า PHP Environment 
ต่อมาเราจะมาตั้งค่า PHP Enviroment ใน Windows 
เริ่มกันเลยครับ

  1. คลิ๊กขวาที่ My Computer จากนั้นเลือก Properties
    คลิ๊กขวาที่ Start menu ของ Windows 7
    คลิ๊กขวาที่ Explorer 
  2. หากเป็น Windows 7 จะต้องเลือก Advanced system settings ก่อนถึงจะแสดงหน้าต่างที่จะแก้ไข Environment
  3. หน้าต่าง System Properties ให้เลือกปุ่ม Environment Variables
  4. สังเกตในส่วนของ System variables
    ให้ไปที่ Path จากนั้นกดปุ่ม Edit…
  5.  หน้าต่างจะแสดงค่าของตัวแปร Path ของระบบโดยแต่ละค่าจะถูกคั่นด้วยเครื่องหมาย “;
  6. กให้เราเพิ่ม path ของ PHP เข้าไปตัวอย่างเช่น
    ผมใช้ apache friend ติดตั้งไว้ที่ Drive D:
    Path ของ PHP ของผมจะอยู่ที่ D:\xampp\php
    ข้อความที่ต้องใส่เพิ่มเข้าไปก็คือ

    d:\xampp\php

    แต่ต้องอย่าลืมตัวคั่นนะครับ “;

  7. จากนั้นกดปุ่ม OK > OK > OK
  8. ปิดหน้าต่าง Command Prompt แล้วเปิดขึ้นมาอีกครั้งเพื่อเป็นให้ค่าที่ตังใหม่ได้ถูกโหลดขึ้นมาด้วย
  9. เมื่อเปิด Command Prompt แล้วให้ลอง พิมพ์

    php -version

    ผลลัพธ์ของการรันคำสั่งตรวจสอบเวอร์ชั่นของ PHP

  10. เท่านี้เราก็สามารถรัน PHP file ผ่าน Command Line ได้แล้วครับ



วิธีการ set PHP Environment ใน Windows